สาระน่ารู้ กฟภ.รักษ์โลก ที่จอดรถ..ปัญหาโลกแตก..


  



     คนมีรถยนต์ทั่วโลกเวลานี้กำลังเผชิญปัญหาเหมือนๆกันคือ เวลาขับไปไหนมาไหนแล้วหาที่จอดรถไม่ได้ ไม่มีที่ว่าง หรือมีก็เป็นที่เปลี่ยว พาลทำให้กลัวรถหาย กลัวใครจะมาทุบกระจกฉกของมีค่าในรถ ฯลฯ
     นักวิชาการคาดกันว่าทั่วโลกมีรถยนต์อยู่ทั้งหมดราวๆ 600 ล้านคัน และตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง จีน บราซิล เศรษฐกิจกำลังดีวันดีคืน คนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น มีรายได้สูงขึ้น ก็อยากได้รถเป็นปัจจัยที่ห้า ไปไหนมาไหน สะดวกรวดเร็วและมีความเป็นส่วนตัว แต่ผู้มีรถต่างต้องการที่จอดรถกันทั้งนั้น
     ลานจอดรถจึงกลายเป็นที่ปรารถนาและเป็นสิ่งจำเป็นของสถานที่ต่างๆ ถ้าใครไปอเมริกา จะเห็นว่า ห้างสรรพสินค้าแทบทุกแห่งต่างสร้างที่จอดรถให้กว้างใหญ่เข้าไว้เพื่อดูดคนใช้รถไปจอดมากๆยิ่งรถเข้าจอดมากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงลูกค้าจะวิ่งเข้าไปซื้อของในห้าง ไปดินเนอร์ในภัตตาคาร หรือดูหนังในโรงหนังของห้างมากขึ้น
     ถ้าย้อนประวัติศาสตร์ ว่ากันว่าลานจอดรถ หรือ Car Parking แห่งแรกของโลก สร้างขึ้นที่นครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2460 โดย นายแอนดรูว์ แปนสินี ชาวอเมริกันอพยพจากอิตาลี จากนั้น มีโรงจอดรถหลายชั้นแห่งแรกที่โรงแรมลา ซาล นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์


     นายอีนาน เบน โยเซฟ ศาสตราจารย์ด้านสถาปัตยกรรมผังเมืองและการวางแผนแห่งสถาบันแมสซาซูเสตต์ สหรัฐอเมริกา หรือ MIT ประเมินว่า ที่จอดรถในอเมริกา มีพื้นที่เทียบเท่าประเทศเปอร์โตริโก เกือบๆ 9,000 ตารางกิโลเมตร
     เมืองขนาดใหญ่ที่มีที่ดินราคาแพงลิ่วและประชากรอยู่กันอย่างหนาแน่น อย่างบอสตัน ชิคาโก นิวยอร์ก โตเกียว หรือลอนดอน สร้างตึกจอดรถได้หลาย ๆ ชั้นเพื่อตอบสนองคนมีรถ แค่ค่าจอดรถก็แพงหูฉี่ ทั้งลานจอดรถกว้างๆ หรืออาคารที่จอดรถสูงๆ หลายชั้น ในสายตานักสถาปนิกและนักสิ่งแวดล้อม เป็นกังวลว่าจะเกิดมลภาวะทางสายตา เพราะไม่มีการออกแบบให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม เจ้าของที่ดินหวังเพียงแค่ให้จอดรถได้มากคันเท่านั้นเองสถาปนิกรุ่นใหม่ๆ เริ่มหันมารังสรรค์แนวคิดการออกแบบอาคารที่จอดรถให้ดูสวยงามสอดคล้องกับลักษณะการใช้งาน และกลายเป็นเอกลักษณ์ดึงดูดความสนใจให้กับชุมชนนั้นๆ 
     อาคารจอดรถที่เมืองไมอามี่ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา ออกแบบโดย เฮอร์ซอจ เดอ มิว รอน เป็นหนึ่งในตัวอย่างอาคารจอดรถสูง 5 ชั้น
ที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม ลานจอดรถของ “บลูวอเตอร์ ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์” นอกชานกรุงลอนดอน อังกฤษ เป็นอีกแห่งหนึ่งซึ่งออกแบบโดย อิริก คูห์เน ได้รับรางวัลที่จอดรถยอดเยี่ยม “คูห์เน” ออกแบบให้ “บลูวอเตอร์” จอดรถให้กลมกลืนกับแนวต้นไม้ ซึ่งกำหนดพื้นที่ปลูกต้นไม้ 2 ต้นต่อพื้นที่ให้จอดรถได้ 3 คัน เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิต้นไม้ออกดอกสะพรั่งขณะที่มีรถจอดเต็มพื้นที่ ทำให้ลานจอดรถแห่งนั้นกลายเป็น “ทะเลแห่งสี” แหล่งช็อปปิ้ง “บลูวอเตอร์” จึงกลายเป็นอีกสัญลักษณ์ที่คนขับรถ คนทำงานและคนช็อปปิ้งรู้สึกปลาบปลื้มที่ได้มาอยู่ร่วมกัน ณ สถานที่ที่มีสีสันอันสวยงามเจ้าของลานจอดรถบางแห่ง หันมาใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสานประโยชน์ระหว่างลานจอดรถกับแหล่งผลิตพลังงานแสงอาทิตย์
     ศาสตราจารย์เบน-โยเซฟ คำนวณว่า ถ้านำแผงโซลาร์เซลล์ มาติดตั้งบนหลังคาลานจอดรถยนต์ในสหรัฐฯ จะผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนชุมชนต่างๆ ได้ราว 11 ล้านครัวเรือน และหากนำต้นไม้มาปลูกเพียงครึ่งหนึ่งของพื้นที่ลานจอดรถทั่วอเมริกาจะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1,260,805 ตันต่อปี
     เทคโนโลยีใหม่ๆ นำมาใช้กับลานจอดหรืออาคารจอดรถทั่วโลก เช่น ที่กรุงโตเกียว นำเอาหุ่นยนต์มาใช้ในการจัดเก็บรถยนต์ในพื้นที่แคบๆ ได้หลายๆ คัน นอกจากนี้ยังนำเอาเทคโนโลยีการตรวจหาที่จอดรถอัตโนมัติ เพื่อลดปัญหาการขับวนหาที่จอด จะมีป้ายบอกพื้นที่ว่างในแต่ละชั้นว่าสามารถจอดรถได้กี่คัน มีที่ว่างเหลือเท่าไหร่ ในห้างใหญ่ของบ้านเรา เริ่มเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้กับอาคารจอดรถแล้ว

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งช่วยลดการใช้พลังงานประหยัดเชื้อเพลิง


ที่มาของข้อมูล: วารสารสายใจไฟฟ้า ฉบับที่ 2/2555  www.saijaifaifamag.com   


posted on 2 ต.ค. 2555 : 14:16 by Nutthaphong

  

เข้าชม : 2201





ที่จอดรถ..ปัญหาโลกแตก..
เกาะติดกระแสเขียว..