สาระน่ารู้ สุข....สุขภาพ สุข...สุขภาพ


  

จะทำอย่างไรเมื่อเกิดข้อพลิก ข้อแพลง

อาการแรกเมื่อบาดเจ็บ จะรู้สึกปวด บริเวณที่มีอาการจะบวมอาจมีความไม่มั่นคงในการเคลื่อนที่เคลื่อนไหว ผู้บาดเจ็บมักทายาหม่องแก้ปวดและนวด แต่แท้จริงแล้วข้อแพลงมีหลายระดับ มีอาการและมีการดูแลที่แตกต่างกันไปอาการข้อแพลง เป็นการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับเอ็นยึดข้อ แบ่งความรุนแรงเป็น 3 ระดับ

ระดับที่ 1 อาการบาดเจ็บเล็กน้อย อาจมีการฉีกขาดของเอ็นเล็กน้อย ข้อยังสามารถทำงานได้ แต่จะมีเจ็บเล็กน้อย ถ้าได้รับการดูแลที่ถูกต้อง จะหายภายใน 1-2 สัปดาห์                    

ระดับที่ 2 อาการบาดเจ็บปานกลาง อาจมีการฉีกขาดของเอ็นเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ข้ออาจทำงานได้แต่ความมั่นคงของข้อจะไม่ปกติ จะมีบวม เจ็บชัดเจน มีรอยช้ำเขียว ขยับเคลื่อนไหวข้อได้น้อยลง ใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ในการรักษา

ระดับที่ 3 หรือบาดเจ็บรุนแรงมากจนเอ็นยึดข้อขาดหมดข้อทำงานไม่ได้ มีการคลอนของข้อ มีบวมเจ็บปวดชัดเจน มีรอยเขียวช้ำ เคลื่อนไหวได้เพียงเล็กน้อย ใช้เวลารักษาถึง 3-4 เดือนหากเกิดความรุนแรงระดับที่สองหรือสาม ควรจะได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องความบาดเจ็บกับเอ็นยึดข้อจะส่งผลกับเยื่อหุ้มข้อกล้ามเนื้อและเอ็นกล้ามเนื้อที่อยู่ใกล้เคียง ในที่นี้ขอเรียกโดยรวมว่า “การเกิดภาวะบาดเจ็บ”


                                              

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดภาวะบาดเจ็บเมื่อเกิดการกระแทก บิดพลิกของอวัยวะ ผู้บาดเจ็บสามารถใช้หลักการปฐมพยาบาลง่ายๆ ที่เรียกว่า RICE ดังนี้R - REST (หยุดพัก) เป็นการหยุดพักการใช้อวัยวะที่เกิดการบาดเจ็บหรือใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ถ้าบาดเจ็บบริเวณขา ไม่ควรเดินลงน้ำหนักโดยอาจใช้ไม้ค้ำยันช่วยในการเดินI - ICE (การใช้ความเย็นหรือน้ำแข็ง) เมื่อมีการบาดเจ็บของอวัยวะจากข้อพลิก ข้อแพลง เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะมีเลือดออก (จะเริ่มเห็นรอยเขียวช้ำในเวลาต่อมา)ทำให้เกิดการบวม ยิ่งบวมมากก็จะยิ่งปวดมากขึ้น เคลื่อนไหวได้น้อยลง ระยะแรกเราจำเป็นต้องหยุดเลือดที่ออกในเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บก่อน โดยใช้ความเย็น เพราะความเย็นจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ส่งผลให้มีเลือดออกในเนื้อเยื่อลดลงการประคบด้วยความเย็น สามารถใช้ได้จากน้ำแข็ง จากแผ่นประคบเย็น และจากอุปกรณ์หรือสเปรย์ให้ความเย็น ในที่นี้ขอแนะนำาให้ใช้ผ้าขนหนูพันถุงใส่น้ำแข็ง หรือแผ่นประคบเย็นประคบบริเวณที่บาดเจ็บในช่วงที่เกิดการบาดเจ็บใหม่ๆ อย่างน้อย20-30 นาที และประคบต่อทุกๆ ชั่วโมง ภายใน 24-48 ชั่วโมง ขึ้นกับความรุนแรงของการบาดเจ็บ หากบาดเจ็บรุนแรงจนต้องนำส่งโรงพยาบาล ก็ควรประคบเย็นในขณะที่นำส่งด้วย จะลดการปวดและความรุนแรงของการบาดเจ็บได้การใช้ความเย็น ควรระวังอันตรายของความเย็นต่อผิวหนังหรือน้ำแข็งกัด เราไม่ควรให้น้ำแข็งสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงเป็นเวลานานๆ ดังนั้น จึงควรจะมีผ้าขนหนูรองก่อนประคบเย็นC - COMPRESSION (การกด/การพันรัดอวัยวะ) การใช้ความเย็นควบคู่กับการพันอวัยวะที่บาดเจ็บให้แน่นพอสมควร จะเป็นการห้ามเลือดบริเวณเนื้อเยื่อE - ELEVATION (การจัดวางอวัยวะที่บาดเจ็บให้ถูกต้อง)ควรยกอวัยวะที่บาดเจ็บให้สูงขึ้น เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ดีขึ้น เช่น ในท่านอนควรใช้หมอนหนุนอวัยวะที่บาดเจ็บให้สูงขึ้นประมาณ 30-45 องศา สำหรับผู้ที่ขาแพลง เมื่อนั่งควรหาโต๊ะหรือเก้าอี้รองขาที่เจ็บให้เสมอกับเก้าอี้ที่นั่ง ไม่ควรนั่งห้อยเท้า ผู้ที่แขนแพลง เมื่อนั่งควรหาโต๊ะหรือหมอนหนุนมือ ให้อยู่ในท่าสบาย

เมื่ออาการดีขึ้น จนเริ่มใช้อวัยวะที่บาดเจ็บได้แล้ว ให้ออกกำลังกายอวัยวะเพื่อให้เกิดความแข็งแรงและสามารถกลับไปใช้งานได้ตามปกติ เช่น ถ้าเกิดการบาดเจ็บของข้อเท้า ควรหัดกระดกปลายเท้าขึ้นลง และบิดปลายเท้าเข้ามาทางด้านใน (ด้านนิ้วโป้งเท้า)การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณข้อมือหลังจากการบาดเจ็บ แนะนำให้ท่าแรกมือถือดัมเบลล์หรือขวดน้ำ แล้วกระดกข้อมือไปในทิศทางต่างๆ เช่น ขึ้นลงในท่าคว่ำมือและท่าหงายมือ และท่าที่สองให้หาลูกเทนนิส หรือลูกบอลนิ่มขนาดลูกเทนนิส มาบีบสลับกับคลายออก ทุกท่า ควรทำท่าละ 10ครั้ง วันละ 3 รอบ ท่าบริหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของอวัยวะที่บาดเจ็บ ควรทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อย่างน้อย 3-5 วัน/สัปดาห์ เพื่อลดการบาดเจ็บซ้ำที่จะเกิดขึ้นกับอวัยวะนั้นอีก


posted on 21 เม.ย. 2559 : 15:13 by tomwebmaster

  

เข้าชม : 680




สุข...สุขภาพ
หมอกจางๆ หรือ ควัน ปัญหาที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ..
กาแฟ ดื่มดีได้..ดื่มร้าย..อันตราย !!