สาระน่ารู้ เที่ยวทั่วไทย เยือนพิพิธภัณฑ์ ‘วังวรดิศ’ ที่ประทับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ


  

     บนถนนหลานหลวง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร มีพระตำหนักหลังใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางแมกไม้ในพื้นที่กว่า 10 ไร่ เคยเป็นที่ประทับของหน่อเนื้อกษัตริย์ พระนามว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม

     วาระที่ปี พ.ศ. 2555 ครบ 150 ปีวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และครบ 50 ปี ที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกคนแรกของประเทศไทย วารสารสายใจไฟฟ้าฉบับนี้จึงขอพาผู้อ่านเยี่ยมชมสถานที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นั่นคือ “วังวรดิศ”
     วังวรดิศ เดิมเป็นของเจ้าจอมมารดาชุ่ม เจ้าจอมมารดาของพระองค์ท่าน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานที่รอบๆ วังเพิ่มขึ้นอีกเป็นรางวัลในการที่พระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล และกระทรวงมหาดไทยสยามใหม่ได้เป็นผลสำเร็จ เป็นที่พอพระราชหฤทัยยิ่ง สำหรับค่าก่อสร้างตัวตำหนักนั้นสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระพันปีหลวงและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างพระราชทาน สถาปนิกเป็นคนเดียวกับที่ออกแบบพระราชวังบ้านปืนจังหวัดเพชรบุรีและวังบางขุนพรหมคือ นาย KARL DOHRING ชาวเยอรมัน

     ซึ่งภายในจัดแสดงให้เห็นการดำเนินชีวิตของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพการจัดวางข้าวของเครื่องใช้ยังคงสภาพสมัยที่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ผู้เข้าชมจะได้เห็นห้องต่างๆ หากได้มาเยี่ยมชมวังวรดิศแล้ว เสมือนได้มีโอกาสเฝ้าสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อมาเยือนจุดแรกที่มองเห็นคือ เฉลียงหน้าเป็นสถานที่สำหรับทรงพักผ่อนพระอิริยาบถในเวลากลางวัน ประดับด้วยหินอ่อนแกะสลักเป็นพระรูปของพระองค์ท่าน ฝีมือช่างชาวอิตาลี บริเวณเดียวกันนี้ยังตกแต่งด้วยรูปถ่ายมากมายหนึ่งในนั้นคือพระรูปที่ทรงฉายเมื่องานวัดเบญจมบพิตร โดยเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ประทับอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วย สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และสมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ซึ่งเปรียบเสมือนแขนซ้าย-ขวา ที่ช่วยพระองค์พัฒนาบ้านเมือง ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้อง Study หรือ ห้องศึกษาวิทยาการแตกฉาน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรัสเรียกเช่นนี้เพราะเป็นผู้เย้าและผู้มาเยือนได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้กัน ภายในห้องนี้มีโซฟาชุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 และรัชกาลปัจจุบัน เคยเสด็จฯ มาประทับ เมื่อครั้งเสด็จฯ กลับจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 

     อีกห้องคือ ห้องจีน จุดเด่นคือโต๊ะฝังมุก 1 ใน 5 ชุดแรกที่เข้ามาในเมืองไทย และรูปปั้นฮกลกชิ่ว เทพที่ประทานความสำเร็จแก่มนุษย์ในด้านต่าง ๆ ทำจากกระเบื้องเก่าแก่ เกือบเทียบเท่าเครื่องสังคโลก และห้องเสวยเป็นห้องแบบทางการ มีโต๊ะเก้าอี้ 24 ที่นั่ง เป็นห้องเรียนสอนรับประทานอาหารแบบยุโรป เมื่อนักเรียนไทยได้ทุนหลวงไปศึกษาที่ยุโรป ก็จะมาเรียนการรับประทานอาหารที่นี่  ติดกันคือ ระเบียงหลัง เป็นที่ประทับส่วนพระองค์แบบไทย คือ ประทับกับพื้น ใช้เสวยกระยาหารกับพระโอรส พระธิดา ระหว่างนั้นจะรับสั่งสนทนาหรือประทานเล่าเรื่องราวความรู้ต่าง ๆ นานาเป็นวิทยาทานแก่ผู้มาเฝ้าเมื่อขึ้นบันไดไปชั้นสอง มีเฉลียงหลังด้านบน เป็นพื้นที่ทรงพักผ่อนสบาย ๆ ยามค่ำคืน และห้องแต่งพระองค์ แสดงเครื่องแบบทหารและฉลองพระองค์เมื่อทรงพระเยาว์ ที่สำคัญคือมีมุ้งกันยุง ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงใช้ตั้งแต่เมื่อแรกประสูติ ติดกันเป็นห้องเกียรติสถิต เดิมเป็นห้องบรรทม ปัจจุบันเก็บสิ่งของและรูปภาพของคนในราชสกุลดิศกุลที่มีคุณูปการต่อบ้านเมือง และห้องทรงพระอักษร มีนาฬิกาไขลานบอกเวลาวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ 2486 ที่สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สิ้นพระชนม์และนาฬิกาหมดลานพอดี บนโต๊ะทรงงานมีประติมากรรมเทพีแห่งกระบวนการยุติธรรม ด้านหลังเป็นตู้หนังสือขนาดใหญ่ แสดงพระนิพนธ์ที่ทรงนิพนธ์ไว้ในช่วงหลังๆ

     ที่น่าสนใจคือห้องรโหฐาน หรือห้องลับ เป็นห้องที่สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพใช้ประชุมข้าราชการเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เพื่อที่ความลับจะไม่ถูกแพร่งพราย และในวาระสุดท้ายยังสิ้นพระชนม์ขณะประทับอยู่บนเก้าอี้ในห้องนี้ ที่สำคัญสุดคือห้องพระหรือห้องพระบรมอัฐิ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนามว่าพระเจ้าจอมจักร เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยเชียงแสน โดยมีผู้นำมาถวายขณะสมเดจ็ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพขณะทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย คราวนั้นพระองค์กำลังจะทรงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแต่พระองค์เสด็จสวรรคตพอดี จึงได้ทรงรักษาไว้เป็นพระพุทธรูปบูชารำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ก็มีพระนิรันตราย ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงให้หล่อตามแบบของรัชกาลที่ 5 ที่พระราชทานไว้กับบรรดาวัดธรรมยุติกนิกายสำหรับบูชารำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชบิดา เมื่อพระองค์มีพระชนม์ครบ 60 พรรษา กับพระแก้วขาว ซึ่งทรงใช้บูชารำลึกถึงพระคุณท่านเจ้าจอมมารดาชุ่ม (เจ้าจอมมารดาของพระองค์) นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกในรัชกาลที่ 5 ในอดีต สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จะเสด็จเข้าไปกราบถวายบังคมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในห้องนี้เป็นประจำทุกวัน และรับสั่งให้ดำรงรักษาไว้ให้จงได้เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

     ทั้งหมดนี้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งทรงเป็นทั้งนักปกครอง นักประวัติศาสตร์ และนักปราชญ์ ผู้ซึ่งสร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงให้พสกนิกรชาวไทยสมควรที่เราคนไทยทุกคนจักได้ศึกษาในพระจริยวัตรไว้เป็นแบบอย่างในการธำรงรักษาประเทศชาติ และรำลึกถึงพระองค์ท่านตลอดไป..

ที่มาของข้อมูล: วารสารสายใจไฟฟ้า ฉบับที่ 2/2555  www.saijaifaifamag.com

posted on 27 ก.ย. 2555 : 00:23 by Nutthaphong

  

เข้าชม : 4138





มหัศจรรย์ดินแดนงามกลางหุบเขาเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมล้านนา
ตะลอนทัวร์..เขื่อนป่าสักฯ
ตะลอนหัวหิน เที่ยว 3 ตลาด..
เยือนพิพิธภัณฑ์ ‘วังวรดิศ’ ที่ประทับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ